แบบคำขอรับบริการออนไลน์ เทศบาลตำบลบางกระบือ




คลิ๊กที่นี่

 

รู้เท่าทัน สิทธิผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง? จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

รู้เท่าทัน #สิทธิผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง ?
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของคนไทยทุกกลุ่มทุกวัย และในส่วนของผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะข้าราชการบำนาญ ประกันสังคม และบัตรทอง ล้วนมีสิทธิรับบริการทางการแพทย์ ดังนี้
ฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก
ตรวจประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (ADL)
ตรวจวัดดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต
ตรวจเลือดคัดกรองเบาหวาน เอชไอวี
คัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง
คัดกรองโรคซึมเศร้า
ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (50-70 ปี)
การเคลือบฟลูออไรด์
การให้ความรู้ออกกำลังกาย และฝึกสมองป้องกันโรคสมองเสื่อม
การให้ความรู้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง
การให้คำปรึกษาแนะนำด้านสุขภาพ
การตรวจความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้าน
บริการสายด่วนเลิกบุหรี่ (บริการสายด่วนเลิกบุหรี่จะเลิกภายหลังจากที่ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทองแล้ว)
นอกจากสิทธิสวัสดิการด้านสุขภาพของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทางกองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดสิทธิและสวัสดิการผู้สุงอายุในประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้
1. #เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จัดสรรให้ผู้สูงอายุทุกคนแบบขั้นบันได คือ
อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาทต่อเดือน
อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาทต่อเดือน
อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาทต่อเดือน
อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน
2. ลดราคาค่าโดยสาร ปัจจุบันมีการลดค่าโดยสารให้แก่ผู้สูงอายุมากถึง 50% เช่น
รถโดยสารประจำทาง รวมถึงเรือโดยสาร ลดค่าโดยสาร 50% พร้อมแสดงบัตรประชาชน
#รถไฟฟ้า MRT ลดค่าโดยสาร 50% ทุกเส้นทาง
รถไฟฟ้า BTS-แอร์พอร์เรลลิงก์ ซื้อบัตรโดยสารประเภทผู้สูงอายุ ได้รับส่วนลด 50%
#รถทัวร์ บขส. ได้รับส่วนลด 50%
#รถไฟ มีส่วนลด 50% ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายนถึง 30 กันยายนของทุกปี
3. #ลดหย่อนภาษี บุตรที่เลี้ยงดูบิดามารดา สามารถขอลดหย่อนภาษี จำนวน 30,000 บาทต่อผู้สูงอายุ 1 คนต่อปี
4. #ปรับสภาพที่อยู่อาศัย เปิดให้ผู้สูงอายุที่ยากจน มีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงและเหมาะสม สามารถขอปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมและปลอดภัย กับหน่วยงานบริการ ได้แก่ กรม ผส. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เพื่อพิจารณา และจัดสรรในอัตราเหมาจ่าย 22,500 บาท หรือ 40,000 บาท
5. #กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพ ผู้สูงอายุที่ยังสามารถประกอบอาชีพได้ แต่ไม่มีเงินทุน สามารถยื่นกู้ยืมเงินปลอดดอกเบี้ยจากกองทุนผู้สูงอายุได้ ดังนี้
รายบุคคล ได้วงเงินไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
รายกลุ่ม ไม่น้อยกว่า 5 คน ได้วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท
แต่ทั้งหมดเป็นการกู้ที่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และต้องชำระคืนทุกเดือนเป็นระยะเวลา 3 ปี
6. #สิทธิทางอาชีพ ภาครัฐโดย กรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร จัดบริการให้คำปรึกษา แนะนำ และรับสมัครงานสำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งจัดอบรมฝึกอาชีพให้กับผู้สูงอายุ
7. #สิ่งอำนวยความสะดวก ปัจจุบันพื้นที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ฯลฯ ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เช่น ลิฟท์ ราวบันได ทางลาด ที่จอดรถ ห้องน้ำ ฯลฯ
8. #สิทธิทางการศึกษา ปัจจุบันสำนักงาน กศน. กระทรวงศึกษาธิการ ได้พัฒนาหลักสูตรบริการทางการศึกษา เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
9. #สิทธิทางการแพทย์ ผู้สูงอายุสามารถเข้ารับบริการและดูแลสุขภาพต่าง ๆ ผ่านช่องทางพิเศษ
10. #การช่วยเหลือทางกฎหมาย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีบริการให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ และดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เช่น สนับสนุนเงินค่าใช่จ่ายการจ้างทนาย ค่าทำเนียมขึ้นศาล ค่าวางเงินประกันปล่อยตัวชั่วคราว เป็นต้น
11. #ยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ ผู้สูงอายุสามารถเข้าชมฟรี เช่น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ สวนพฤกษศาสตร์ สวนสัตว์ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น
12. #มีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคม เปิดให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น สถานกีฬาต่าง ๆ ส่วนศูนย์กีฬาในร่ม ได้ลดค่าสมัครสมาชิก 50%
13. #การสงเคราะห์ช่วยเหลือ มีบริการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทารุณกรรม ถูกทอดทิ้ง ถูกหาประโยชน์ ด้วยการนำไปรักษาพยาบาล ดำเนินคดี จัดหาที่พักอาศัยปลอดภัย ฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ
และนี่คือสิทธิสวัสดิการที่ #ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปของประเทศไทยจะได้รับ เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ใครที่มีผู้สูงอายุอยู่ในการดูแลสามารถพาไปรับบริการรักษาพยาบาลหรือความช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ในข้างต้นได้เลย
อ้างอิงข้อมูลจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

Start (จุดเริ่มต้น) 5 เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม "ก่อนสูงวัย"

ถังขยะเปียก ลดโลกร้อนได้อย่างไร?

การบริหารจัดการขยะท้องถิ่นไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมใจ ขจัด-จัดเก็บขยะ

วิธีทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร และกำจัดขยะเปียกในครัวเรือน

 

ขยะที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ มีอะไรบ้าง?

ขยะเปียก ขยะเศษอาหาร หรือขยะในครัวเรือนที่เหมาะกับการนำมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ ควรเป็นขยะประเภทสารอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายง่าย หรือหากเป็นเศษอาหารในชีวิตประจำวัน ก็ควรเป็นอาหารประเภทที่ไม่มีแกนแข็ง เนื้อไม่หยาบ และมีเปลือกหุ้มที่ไม่หนาจนเกินไป เพื่อให้จุลินทรีย์และแบคทีเรียสามารถย่อยสลายออกมาเป็นปุ๋ยได้ง่ายๆ

ตัวอย่างเศษขยะที่สามารถนำมาแปรรูป

  • ปลา เนื้อสัตว์
  • กระดูก เปลือก และกระดองของสัตว์
  • ผัก ผลไม้ เมล็ดผลไม้
  • เศษอาหารสด เศษเปลือกไข่
  • กากกาแฟ รวมถึงมูลสัตว์

ตัวอย่างเศษขยะที่ไม่ควรนำมาแปรรูป

  • กิ่งไม้ ใบไม้
  • กระดาษ เศษผ้าต่างๆ
  • โลหะ พลาสติก หรือกระจก
  • น้ำมัน ยาฆ่าเชื้อ สารฟอกขาว
  • ผักที่หยาบหรือแข็ง เช่น แกนข้าวโพด
  • วิธีกำจัดขยะเศษอาหาร เปลี่ยนขยะให้เกิดประโยชน์

    ปุ๋ยหมัก เป็นปุ๋ยที่มีวิธีการทำไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้หลากหลายวิธี และทำได้ทุกครัวเรือน โดยหลักการหลักๆ ของการหมัก ก็คือการใช้ประโยชน์จากกลุ่มจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ภายในดินที่มีอยู่เดิม มาทำหน้าที่ย่อยสลายขยะมูลฝอยประเภทอินทรีย์ หรือเศษอาหารภายในถังหรือภาชนะสำหรับหมัก

    โดยภาชนะสำหรับการทำปุ๋ยหมักมีหลากหลายตามความถนัดของแต่ละบ้าน อาทิ

    ถังย่อยเศษอาหาร

    ถังย่อยเศษอาหาร หรือ ถังพลาสติก เป็นถังที่ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่ย่อยเศษอาหารเหลือทิ้ง ให้กลายเป็นปุ๋ยเพื่อนำไปใช้งานต่อ โดยตัวถังมีการเจาะรูระบาย หรือเจาะรูก้นถังเพื่อฝังลงไปในดิน โดยหลักการหมัก จะเป็นการหมักโดยกระบวนการของจุลินทรีย์แบบใช้ก๊าซออกซิเจนซึ่งจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นน้อยมากเมื่อเทียบกับการหมักแบบอื่นๆ ดังนั้น ก๊าซออกซิเจนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับถังย่อยเศษอาหาร โดยการออกแบบถังจะมุ่งเน้นให้เกิดการหมุนเวียนถ่ายเทของอากาศ เพื่อให้ก๊าซออกซิเจนเดินทางเข้าสู่ถังหมักได้อย่างทั่วถึง และทำให้การย่อยเศษอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    อีกหนึ่งแหล่งกำเนิดพลังงานกระบวนย่อยสลายที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าก๊าซออกซิเจน คือแสงอาทิตย์ โดยตัวถังย่อยเศษอาหาร เป็นถังที่สามารถเก็บความร้อนได้ดี ช่วยในการหมุนเวียนของอากาศภายในถัง และยังช่วยให้จุลินทรีย์ในถังเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    และเพื่อไม่ให้เศษอาหารในถังส่งกลิ่นรบกวนการอยู่อาศัย ถังประเภทนี้จึงมีฝาปิดเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นไม่พึงประสงค์หลุดรอดออกมา เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันกลิ่นรบกวนแล้ว ยังช่วยป้องกันหนู แมลงวัน หรือสัตว์มาคุ้ยอาหารในถังอีกด้วย

    งบประมาณของถังย่อยเศษอาหาร อยู่ที่ราวๆ 390-920 บาท

    หลุมขยะเปียก หรือถังขยะหลุม
    เป็นอีกหนึ่งวิธีการกำจัดขยะจากเศษอาหาร หรือขยะอินทรีย์ที่ได้รับความนิยม ด้วยราคาที่ค่อนข้างถูก สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในท้องตลาด และมีวิธีการหมักย่อยเศษอาหารคล้ายคลึงกับถังย่อยเศษอาหาร
    โดยวิธีการทำหลุมขยะเปียก สามารถทำได้โดยการ
    1. เลือกภาชนะที่จะนำมาทำเป็นหลุมขยะเปียก โดยส่วนมากจะเป็นถังและตะกร้าพลาสติกทั่วๆ ไปที่หาได้ตามท้องตลาด สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมกับบ้านของคุณ

    2. คว่ำถังพลาสติกขนาดเล็กลงในตะกร้า โดยให้มีความลึกลงไปจากปากตะกร้าประมาณ 5 -10 เซนติเมตร โดยจะต้องเหลือช่องของตะกร้าขึ้นมาจากปากถังที่คว่ำลงไป ประมาณ 2 ช่อง จากนั้นทำการตัดก้นถังพลาสติกใบเล็กออก

    3. คว่ำถังพลาสติกขนาดใหญ่ลงบนปากตะกร้าให้พอดี จากนั้นนำเชือกมาผูกมัดให้ติดกัน ตัดก้นถังใบใหญ่ออกและส่วนที่ตัดออกนำมาทำเป็นฝาปิด
    กรรมวิธีการย่อยเศษอาหารจะเป็นการใช้จุลินทรีย์และแบคทีเรียในดินในการย่อยสลาย เช่นเดียวกับถังย่อยเศษอาหาร เน้นความสะดวกในการหมุนเวียนถ่ายเทของอากาศ เพื่อให้การย่อยสลายเศษอาหารมาทำปุ๋ยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    งบประมาณของหลุมขยะเปียก อยู่ที่ราวๆ 250-500 บาท


    เครื่องย่อยเศษอาหาร
    เครื่องย่อยเศษอาหาร เป็นวิธีการย่อยเศษอาหารแนวใหม่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีพื้นที่สำหรับการกำจัดเศษอาหารแบบอื่นๆ หรือต้องการความสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องรอเวลานาน โดยวิธีการย่อยเศษอาหารของเครื่องย่อยเศษอาหาร จะเป็นการใช้เทคโนโลยีการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ (เครื่องย่อยสลายจุลินทรีย์) จึงสามารถมั่นใจได้ว่า เครื่องย่อยเศษอาหารประเภทนี้จะใช้ไฟฟ้าในการช่วยย่อยและช่วยเพิ่มความร้อนในการอบ เป็นวิธีง่ายๆ ที่สามารถติดตั้งเพื่อใช้งานได้ในทุกครัวเรือน ช่วยลดปริมาณขยะเศษอาหาร ขยะอินทรีย์ แถมยังช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้เป็นอย่างดี

    ความโดดเด่นของเครื่องย่อยเศษอาหาร

    • เป็นเครื่องมือในการกำจัดขยะเศษอาหารแนวใหม่ ใช้งานง่ายเพียงเสียบปลั๊กเปิดเครื่อง แยกน้ำออกจากเศษอาหารก็สามารถเทใส่ลงไปได้จนกว่าจะเต็ม
    • มีฟังก์ชั่นทันสมัย สามารถลดความชื้น อบความร้อน ลดกลิ่น และย่อยขยะเศษอาหารได้รวดเร็ว
    • เครื่องย่อยสลายจุลินทรีย์ เพียงเติมจุลินทรีย์แค่ครั้งเดียว ก็จะมีการเพิ่มปริมาณออกมาตลอด จึงหมุนเวียนเป็นวงจรกำจัดขยะได้เรื่อยๆ
    • เปลี่ยนขยะเศษอาหารออกมาเป็นปุ๋ยออแกนิค 100% ได้ค่า NPK ตามมาตรฐาน
    โดยงบประมาณของเครื่องย่อยเศษอาหาร อยู่ที่ราวๆ 25,000 บาท ขึ้นไป

    ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก :
    https://www.greennetworkthailand.com/%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-green-cone/ 
    https://home.kapook.com/view220612.html 
    https://bestreview.asia/best-food-waste-disposal/ 

 

บทความ อื่นๆ ...

Thai Arabic Chinese (Traditional) English French German Indonesian Japanese Korean Vietnamese


นายภิมล ยั่งยืน
ปลัดเทศบาลตำบลบางกระบือ

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 034-757727






 

คุณพอใจ เทศบาลตำบลบางกระบือ ด้านใด
























QR Code
ทต.บางกระบือ




ลิขสิทธิ์ © 2558-2563 เทศบาลตำบลบางกระบือ จังหวัดสมุทรสงคราม สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
เทศบาลตำบลบางกระบือ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม โทร 034-757-675

นโยบายการคุัมครองข้อมูลส่วนบุคคล