วันอังคารที่ 05 พฤษภาคม 2026 เวลา 14:38 น.
เขียนโดย กองสาธารณสุขฯ

หยุดสูบบุหรี่ไฟฟ้า ก่อนที่คุณจะติดไปตลอดชีวิต
ดูตัวเลขจากการสำรวจของคนไทยปีที่แล้ว ในจำนวนคนสูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 1 ล้านคน ประมาณ 1 ใน 3 เป็นคนที่ต้อง “สูบทุกวัน” คนที่ต้อง“สูบทุกวัน” ส่วนใหญ่คือคนที่ติดนิโคตินแล้ว อยู่ที่ว่า ติดมาก หรือ ติดน้อย
ขณะที่คนที่ยัง “ไม่ได้สูบทุกวัน” อาจจัดอยู่ในคนที่ยังไม่ได้ติดนิโคติน หรือเริ่มจะติด แต่ถ้าสูบต่อไป สุดท้ายจะกลายเป็นต้อง “สูบทุกวัน หรือ ติดนิโคติน”แล้ว
นิโคตินเป็นสารเสพติด ที่ฝรั่งใช้คำว่า Highly หรือ Deadly Addictive คือมีฤทธิ์เสพติดสูงมาก ๆ เสพติดถึงตาย งานวิจัยพบว่า “ฤทธิ์เสพติดของนิโคติน เทียบเท่าเฮโรอิน” คนไทยที่ติดบุหรี่มวน 7 ใน 10 คนจะติดไปตลอดชีวิต
ข่าวร้ายคือ หลักฐานงานวิจัยออกมาเพิ่มขึ้นตลอดเวลาว่า “คนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า เสพติดนิโคตินรุนแรงกว่า คนที่สูบบุหรี่มวน” อันเป็นผลจาก
1. บุหรี่ไฟฟ้าสูบง่าย สูบได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมีหยุดพักงานมาสูบ แอบสูบในที่ห้ามสูบได้ง่าย ขี่มอเตอร์ไซค์ติดไฟแดง ยังควักออกมาสูบได้ และไม่รู้ว่าสูบเข้าไปเท่าไรแล้วในแต่ละช่วงเวลา ในแต่ละวัน และความเชื่อว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย หรืออันตรายน้อย ทำให้มีแนวโน้มที่จะสูบบ่อยขึ้น มากขึ้น
2. นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า เป็น “นิโคตินสังเคราะห์” ซึ่งลดความระคายเคืองคอ และไม่มีรสขม ทำให้สูบง่ายกว่าบุหรี่มวน ที่สำคัญ ในอเมริกาพบว่า บริษัทผู้ผลิตค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นของนิโคตินในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งยิ่งทำให้เสพติดมากขึ้น และบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งมีกลิ่นรสที่เพิ่มขึ้น เพื่อเย้ายวนคนสูบ
จึงอยากขอให้เด็กและเยาวชนไทยที่กำลังทดลอง หรือเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่ยังไม่ได้สูบทุกวัน ที่ยังไม่ติดแต่กำลังจะเริ่มติดนิโคติน หยุดสูบบุหรี่ไฟฟ้าทันที เรียกว่า เป็นโอกาสทอง ที่จะไม่ตกเป็นทาสของการเสพติดนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า
ผมไม่มีตัวเลขว่าคนไทยที่ติดบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่คิดหรือพยายามที่จะเลิกสูบ แต่ในอเมริกา คนอายุ 18-24 ปี ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า 67% หรือ 2 ใน 3 คน ตั้งปณิธานว่า จะเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้าให้ได้ในปี พ.ศ.2569 นี้
คนไทยที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จึงควรที่จะเลิกสูบโดยเร็ว เพราะยิ่งสูบนาน สมองจะยิ่งติดมาก โอกาสที่จะเลิกได้จะยิ่งน้อย
บริษัทบุหรี่เท่านั้น ที่จะเดินยิ้มตลอดทางที่ไปธนาคาร (Laughing all the way to the bank)
ขอให้กำลังใจให้ทุกคนเลิกบุหรี่ทุกชนิดได้สำเร็จนะครับ
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
4 พฤษภาคม 2569